10 อันดับ โมเมนต์ที่น่าตกใจที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟุตบอลโลก

10 อันดับ โมเมนต์ที่น่าตกใจที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟุตบอลโลก

10 อันดับ ฟุตบอลโลก

1. หัตถ์พระเจ้าของ Diego Maradona (เม็กซิโก, 1986)

การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศระหว่าง อังกฤษ และ อาร์เจนตินา มักจะถูกจดจำจากการทำประตูที่น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ด้วยสกอร์เสมอ 0-0 ในนาทีที่ 51 มาราโดน่าวิ่งควบไปหา ปีเตอร์ ชิลตัน ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ เพื่อกระโดดขึ้นแย่งบอลในอากาศ ใคร ๆ ก็คิดว่า ปีเตอร์ ชิลตัน น่าจะถึงบอลก่อน และชกมันทิ้งไปได้ เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นที่ตัวสูงกว่าอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม มาราโดน่า คือคนที่ได้บอลก่อนด้วยแขนที่เหยียดยาว โดยชกบอลเข้าตาข่ายของ อังกฤษ ไป ทีมชาติ อังกฤษ และ โลกทั้งใบไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่พวกเขาเห็น และมันยังถูกนับว่าเป็นประตูอีก แฮนด์บอลในตำนานนี้ จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘หัตถ์ของพระเจ้า’ ตลอดไป

10 อันดับ ฟุตบอลโลก

2. หลุยส์ ซัวเรซ กัด จอร์โจ้ คิเอลลินี (บราซิล, 2014)

ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มของ อุรุกวัย กับ อิตาลี กองหลังตัวเก๋าอย่าง จอร์โจ้ คิเอลลินี ถึงคราวที่จะได้สัมผัสประสบการณ์โดนกัดของ หลุยส์ ซัวเรซ เป็นครั้งที่สามในอาชีพของเขา กองหน้าอุรุกวัยกัดคู่ต่อสู้ของเขาอีกครั้ง คราวนี้เป็น คิเอลลินี ในการแย่งชิงพื้นที่ในกรอบเขตโทษ แต่ไม่เกิดการให้ใบ หรือจุดโทษ เนื่องจากผู้ตัดสินชาวเม็กซิกันไม่เห็นรอยกัดนั่น

การไต่สวนต่อมาของฟีฟ่าได้สั่งแบน ซัวเรซ เป็นเวลาสี่เดือน และแบนจากการแข่งขันระดับนานาชาติอีกเก้านัด ซัวเรซยังถูกปรับเกือบ 92,000 ดอลลาร์ และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาได้ย้ายไป บาร์เซโลน่า

3. ไคลฟ์ โทมัส ปฏิเสธประตูของ ซิโก้ (อาร์เจนตินา, 1978)

ซิโก้ ผู้ที่ได้รับฉายาว่า ‘เปเล่ สีขาว’ และในเกมแรกของพวกเขากับ สวีเดน นักเตะชาวบราซิลคนนี้ก็รู้ว่าเหตุใด ไคลฟ์ โทมัส ผู้ตัดสินชาวเวลส์จึงได้รับฉายาว่า “จอมแจกใบ” ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วยสกอร์ที่เสมอกันที่ 1-1 ซิโก้ กำลังจะขึ้นโหม่งบอลเข้าตาข่ายโล่ง ๆ ของ สวีเดน อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ไคลฟ์ โธมัส ผู้เก่งกาจเชื่อว่ามันเลยเวลาทดบาดเจ็บมากเกินไปแล้ว และเป่านกหวีดของเขาในเสี้ยววินาทีหลังจากที่ ซิโก้ สัมผัสบอล และผู้รักษาประตู รอนนี่ เฮลสตรอม หาบอลไม่เจอ บอลพุ่งเข้าตาข่ายไปแล้ว แต่อนิจจา เพียงเสี้ยววินาที มันไม่ถูกนับให้ว่าเป็นประตู

4. สามใบเหลืองสำหรับ โจซิป ซิมูนิก ของ โครเอเชีย (เยอรมนี, 2006)

มันเป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก เมื่อ โจซิป ซิมูนิก ถูกใบเหลืองสามครั้งระหว่างการแข่งขันกลุ่ม F ซึ่งเป็นเกมระหว่าง โครเอเชีย กับ ออสเตรเลีย ใน ไกเซอร์สเลาเทิร์น เมื่อผู้ตัดสินชาวอังกฤษ เกรแฮม โพลล์ ได้ให้ใบเหลือง โจซิป ซิมูนิก นักเตะชาวโครเอเชียในนาทีที่ 61 เขาลืมที่จะเขียนชื่อของ ซิมูนิก ลงในใบเหลือง

โพลล์แจกใบเหลืองให้ โจซิป ซิมูนิก อีกครั้งในนาทีที่ 90 แต่ไม่ได้ให้เป็นใบแดง แต่ในที่สุดเขาก็ส่ง ซิมูนิก ออกในนาทีที่ 93 ด้วยใบเหลืองที่สาม ที่เขาคิดว่าพึ่งเป็นใบเหลืองที่สอง เกมจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

5. สมรภูมิแห่งซานติอาโก (ชิลี 1962)

เกมฟุตบอลที่สกปรกที่สุด น่าเกลียดที่สุด และเลวร้ายที่สุด และน่าขายหน้าที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เกิดขึ้นที่ซานติอาโกระหว่าง ชิลี และ อิตาลี ในช่วงเวลาที่ยังไม่มีการคิดค้นการให้ใบเหลืองขึ้น

การฟาล์วครั้งแรกเกิดขึ้นหลังจากผ่านไปเพียง 12 วินาทีในเกม ผู้ตัดสิน เคน แอสตัน ให้ใบแดงแรกหลังจากเกมผ่านไปเพียง 12 นาทีในการแข่งขัน โดนไล่ จอร์จิโญ เฟอร์รารี่ กองกลางชาวอิตาลี แมตช์นี้มีการชกต่อยกันหลายครั้ง จมูกหัก ใบแดง 2 ใบ และตำรวจปราบจลาจลบุกลงสนามถึงสามครั้ง

10 อันดับ ฟุตบอลโลก

6. สมรภูมิแห่งนูเรมเบิร์ก (เยอรมนี 2006)

มันเป็นเหมือนเรื่องเก่าเล่าใหม่อีกครั้ง เหมือนกับดั่งเช่น สมรภูมิแห่งซานติอาโก มันเป็นการปะทะกันรอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง เนเธอร์แลนด์ และ โปรตุเกส ใน นูเรมเบิร์ก มีการให้ใบแดงสี่ใบ และใบเหลือง 16 ใบ ซึ่งเป็นสถิติมากที่สุดในเกมฟุตบอลโลก

โดยใบเหลืองแรกมาในนาทีที่สอง ผู้ตัดสิน วาเลนติน อิวานอฟ แจกใบให้กับ มาร์โค ฟาน บาสเทน สำหรับเข้าสกัดบอลโดยประมาท คอสตินโญ่ และ เดโก้ จาก โปรตุเกส และ คาลิด บูลารูซ และ จิโอวานนี่ ฟาน บร็องก์ฮอสต์ เป็นสี่คนที่โดนใบแดงออกจากสนาม

10 อันดับ ฟุตบอลโลก

7. อันเดรส เอสโคบาร์ กับประตูแห่งความตาย (สหรัฐอเมริกา, 1994)

โคลอมเบียเป็นม้ามืดที่ถูกคาดหวังว่าจะก้าวไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์ หรือแม้กระทั่งคว้าแชมป์โลก น่าเสียดายที่ฝันนั้นก็สลายลงในพาซาดีน่า ในเกมกับสหรัฐฯ เมื่อ อันเดรส เอสโคบาร์ ฟูลแบ็ก โคลอมเบีย สกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าตาข่ายของทีมตนเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

เนื่องจาก โคลอมเบีย ไม่สามารถผ่านเข้ารอบได้ พวกเขาจึงถูกส่งตัวกลับบ้าน CNN รายงานว่า 10 วันหลังจากการแข่งขัน อันเดรส เอสโคบาร์ ถูกดักยิง 12 ครั้งนอกบาร์ในเมือง เมเดลลิน ในบ้านเกิด

8. อังกฤษ 1966 กับประตูที่ยิงใส่ เยอรมนีตะวันตก (อังกฤษ, 1966)

มันเป็นที่รู้จักกันว่าเกมนัดนี้เป็นชัยชนะรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่มีการโต้เถียงกันมากที่สุด ประเทศเจ้าภาพอย่าง อังกฤษ เผชิญหน้ากับ เยอรมนีตะวันตก ที่สนามเวมบลีย์ ที่อัดแน่นไปด้วยผู้คน ด้วยผลประตูเสมอ 2-2 และการแข่งขันลากยาวไปถึง 11 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษ

เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ยิงจากในกรอบเขตโทษ แต่ลูกบอลเด้งจากด้านในของคานประตู และตกลงไปที่เส้นประตู หลังจากสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้ให้มันประตูนั้นเป็นประตูสำหรับ อังกฤษ แม้กระทั่งจนถึงวันนี้ การตรวจสอบจากวิดีโอเก่า ๆ ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ (เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นคนอังกฤษ)

9. เฮดบัตต์ของ ซีเนอดีน ซีดาน (เยอรมนี, 2006)

ดาวเตะชาวฝรั่งเศสปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในเวทีระหว่างประเทศ และลาจากไปด้วยความรุนแรง แล็ดโบร๊กส์รายงานว่าทั้ง ซีดาน และ มาเตรัซซี่ ทำประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่ทั้งคู่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับใบแดงที่น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ซีดานตอบโต้กองหลังชาวอิตาลีโดยไม่จำเป็น ซึ่งมันเป็นเพราะการดูถูกของมาเตรัซซี่ และมันทำให้ซีดานถูกไล่ออกจากสนามทันที ตำนานชาวฝรั่งเศสจบอาชีพในเกมระดับนานาชาติที่ยอดเยี่ยมด้วยการกระทำที่น่าขายหน้า อิตาลีชนะแชมป์โลก หลังจากชนะ 5-3 ในการดวลจุดโทษ

10. ฮารัลด์ ชูมัคเกอร์ น็อค แพทริค แบททิสตัน (สเปน, 1982)

ในระหว่างรอบรองชนะเลิศที่เซบียา มันเป็นเกมยักษ์ชนยักษ์ เมื่อ เยอรมนี และ ฝรั่งเศส เสมอกันอยู่ที่ 1-1 มิเชล พลาตินี จ่ายบอลให้ แพทริค แบทติสตัน มันเป็นการจ่ายบอลที่เวลาเหมาะเจาะอย่างยอดเยี่ยม ทะลุเข้าไปในแนวรับของเยอรมัน ผู้รักษา ฮารัลด์ ชูมัคเกอร์ วิ่งออกจากแนวของเขา

และแม้ว่า แพทริค แบททิสตัน จะยกลูกบอลลอยเหนือศีรษะของ ฮารัลด์ ชูมัคเกอร์ แล้ว แต่ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันยังคงวิ่งดับเครื่องชนเข้าใส่ แพทริค แบททิสตัน ด้วยความเร็วสูงสุด นักเตะชาวฝรั่งเศสถูกน็อคเอาท์คาสนาม เขาสูญเสียฟันสองซี่ และกระดูกหัก อย่างไรก็ตาม อย่าว่าแต่ใบแดง หรือจุดโทษเลย ผู้ตัดสินไม่ใด้ให้เป็นลูกฟรีคิกเสียด้วยซ้ำ

10 อันดับ ฟุตบอลโลก

By แฟนคลับบรูโน เฟอร์นันเดส