เจาะลึกศึก ‘ยูโร 2020’ : แชมป์เก่า โปรตุเกส กับการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

โปรตุเกส ยูโร

เจาะลึกศึก ยูโร 2020 : ‘ฝอยทอง’ โปรตุเกส ถือเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จในวงการลูกหนังมากที่สุดชาติหนึ่งใน 4-5 ปีที่ผ่านมา, โดยหลังจากที่เถลิงแชมป์ยูโรปีล่าสุดเมื่อปี 2016 แล้ว พวกเขาก็มีพัฒนาการขึ้นมาเรื่อย ๆ จนคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในปี 2019 มาได้อีก 1 รายการ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในศึก ยูโร 2016 ที่ โปรตุเกส ได้แชมป์นั้น พวกเขาไม่ได้เป็นตัวเต็งเลย และเป็นแชมป์แบบไม่ได้มีสไตล์อะไร ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่ง พูดง่าย ๆ ว่า ไม่น่ารอดมาถึงนัดชิงด้วยซ้ำ (เสมอแล้วยิงจุดโทษชนะ ผ่านเข้ารอบมาได้แทบจะทุกนัด) แต่ในปี 2019 นี่แหละ ที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่า ‘มาแล้ว’ จริง ๆ จากการคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ด้วยตัวผู้เล่นที่แจ้งเกิดใหม่หลายราย ที่เด่นที่สุดคงจะเป็น แบร์นาโด้ ซิลวา ที่ปีนั้นท็อปฟอร์มจริง ๆ

หลังจากนั้นมา นอกเหนือจาก แบร์นาโด้ ซิลวา แล้ว สิ่งที่ทำให้พูดได้เต็มปากว่า โปรตุเกส ในศึกยูโรครั้งนี้ แข็งแกร่งกว่าปีที่พวกเขาเป็นแชมป์เสียอีก คือในเรื่องของ ‘ตัวผู้เล่น’ ครับ ที่นักเตะดาวรุ่งหรือหน้าใหม่ ๆ จาก โปรตุเกส ทำผลงานได้ดีในระดับสโมสรหลายต่อหลายคน จนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม ยกตัวอย่างง่าย ๆ กับนักเตะโปรตุกีสในพรีเมียร์ลีกอย่างเช่น บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), แบร์นาโด้ ซิลวา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), รูเบน ดิอาส (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) หรือ ดิโอโก้ โชต้า (ลิเวอร์พูล) ที่เราชาวไทยน่าจะเคยเห็นฟอร์มการเล่นหรือเคยได้ยินสรรพคุณของพวกเขามาแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งทั้ง 4 คนที่กล่าวมา ไม่มีใครอยู่ในชุดแชมป์ปี 2016 เลยแม้แต่คนเดียว และพวกเขาดูดีกว่าชุดนั้นเห็น ๆ

นอกจาก 4 ชื่อด้านบนแล้ว 26 ขุนพล โปรตุเกส ชุดนี้ ยังมีนักเตะที่แข็งแกร่งอีกมากมายครบทุกตำแหน่ง แน่นยันกระทั่งตัวสำรองลำดับ 2-3 ในตำแหน่งนั้น ๆ (จัดทีมชุด 2 ยังอาจสู้ทีมอื่นได้ด้วยซ้ำ)

อย่าว่าแต่ 26 คนที่ถูกเรียกเลยครับ คนที่ไม่ได้ติดหลาย ๆ คนก็เป็นนักเตะฝีเท้าดีทั้งนั้น เช่น ริคาร์โด้ เปเรร่า (เลสเตอร์ ซิตี้), อังเดร โกเมส (เอฟเวอร์ตัน), ฟรานซิสโก ตรินเกา (บาร์เซโลน่า) หรืออย่าง เกลสัน มาร์ตินส์ (โมนาโก) เป็นต้น

ด้วยความที่แน่นเอี๊ยดทุกตำแหน่ง แนวรับแข็งแกร่ง แนวรุกจี๊ดจ๊าด คงไม่แปลกที่ปีนี้ โปรตุเกส จะถูกตั้งความหวังว่าจะป้องกันแชมป์ไว้ได้ …

ผู้จัดการทีม : เฟอร์นานโด ซานโตส

หลังจากเข้ารับตั้งแหน่งเมื่อปี 2014 เฟอร์นานโด ซานโตส กุนซือจอมแท็คติคผู้นี้ก็กลายเป็นโค้ชที่คุมทีมมายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ โปรตุเกส ซึ่งเก้าอี้เขามั่นคงจนแทบเรียกได้ว่า ‘แตะต้องไม่ได้’ นับตั้งแต่พาทีมคว้าแชมป์ยูโรในปี 2016 ซึ่งยูโร 2020 หนนี้ จะเป็นการคุมทีมลุยศึกยูโรครั้งที่ 3 ของเจ้าตัวแล้ว (ครั้งแรกคือการคุมทีมชาติกรีซในปี 2012)

ซานโตส ถือได้ว่าเป็นคนในวงการฟุตบอลที่เรียนสูงมาก เขาจบปริญญาวิศวกรรมศาสตร์สาขาไฟฟ้าและโทรคมนาคม ไม่ทราบว่าเกี่ยวหรือไม่กับแนวทางการทำทีมของเขา ที่ไม่ได้มีสไตล์การเล่นที่โดดเด่นชัดเจนอะไร แต่มันกลับให้ผลลัพธ์ออกมาดี

คีย์แมนคนสำคัญ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โปรตุเกส ยูโร

แม้ คริสเตียโน โรนัลโด้ จะมีอายุถึง 36 ปีแล้วก็ตามในตอนนี้ แต่เขายังคงเป็นนักเตะ โปรตุเกส ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ว่าจะมีฤดูกาลที่น่าผิดหวังกับ ‘ม้าลาย’ ยูเวนตุส แต่เขาก็ถือว่ายังคงรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้

โรนัลโด้ เป็นคนที่ชอบแข่งขันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งการที่เขาเป็น 1 ใน 2 ผู้นักฟุตบอลที่ยิงได้เกิน 100 ประตูให้กับทีมชาติร่วมกับ อาลี ดาอี (109 ประตู, ทีมชาติอิหร่าน) นั่นไม่เพียงพอสำหรับ โรนัลโด้ อยู่แล้ว และเป้าหมายของ โรนัลโด้ คือ การทำลายสถิติของ อาลี ดาอี ลงซะในซัมเมอร์นี้ ซึ่งรับประกันได้เลยว่า โรนัลโด้ จะเปี่ยมไปด้วยความกระหายและพร้อมจะทำทุกทางให้ตัวเองเป็นเบอร์ 1 ให้ได้ ซึ่งจาก 103 ประตูที่เขามีอยู่ ณ ตอนนี้ สถิติดังกล่าวอาจถูกทำลายลงในศึก ยูโร 2020 นี้เลยก็เป็นได้

ดาวรุ่งที่น่าจับตามอง : นูโน่ เมนเดส

โปรตุเกส ยูโร

สปอร์ติ้ง ลิสบอน เพิ่งจะฉลองแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 หลังจากที่พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ของตารางได้สำเร็จในฤดูกาลล่าสุด ซึ่งก็มีนักเตะแจ้งเกิดกับทีมชุดนี้หลายคน โดยส่วนใหญ่คนอาจจะสนใจไปที่ เปโดร กอนคัลเวส เจ้าของฉายา ‘นิว บรูโน่ แฟร์นันด์ส’ มิดฟิลด์ดาวซัลโวของทีม

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เล่นดาวรุ่งอีก 1 คนที่เป็นตัวจริงของทีมที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ นักเตะตัวริมเส้นที่ประจำการทางกราบซ้าย เขาคนนั้นคือ นูโน่ เมนเดส ผู้ซึ่งเติบโตมาจากอคาเดมี่สโมสร และเกิดในปี 2002 พอดิบพอดีกับที่ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งสุดท้าย ใครจะคิดว่าเขาจะเติมโตขึ้นมาและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทีมกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง

ด้วยความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะ และการพาบอลไปข้างหน้าที่สร้างความอันตรายให้กับคู่แข่ง แบ็คซ้ายจอมบุกผู้นี้ ดีพอที่จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ทีมชาติในศึกยูโรครั้งนี้เลยทีเดียว

นูโน่ เมนเดส เพิ่งจะอายุ 18 ปีเท่านั้น และเขาจะได้ฉลองวันเกิดครบรอบ 19 ปีกลางศึกยูโรครั้งนี้ (เกิดวันที่ 19 มิถุนายน 2564) ต้องมาดูกันครับว่า ไอ้หนูรายนี้จะสามารถสร้างอะไรเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองได้บ้าง รอติดตามกันต่อไปครับ …

Ammelid K.