ข้อมูลนักฟุตบอล : เจมส์ การ์เนอร์ ดาวรุ่งที่น่าจับตามองของ ‘ผีแดง’ กับฤดูกาลหน้าที่ยังรอคอยโอกาส

เจมส์ การ์เนอร์

ข้อมูลนักฟุตบอล : เจมส์ การ์เนอร์ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 20 ปี จากอคาเดมี่ของ ‘ปิศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยได้รับโอกาสภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซชาร์ มาแล้วในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่มฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งปีนี้เจ้าตัวถูกปล่อยยืมไปยัง วัตฟอร์ด และ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ และทำผลงานได้น่าประทับใจ ทำให้หลายสำนักเริ่มมองเห็นโอกาสของเขาที่จะได้มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากขึ้นในฤดูกาลหน้า

ข้อมูลทั่วไป

  • ชื่อ : James Garner (เจมส์ การ์เนอร์)
  • ตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ (CDM), กองกลางตัวกลาง (CM)
  • สโมสร : น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ (ยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
  • หมายเลขเสื้อ : 37
  • อายุ : 20 ปี (เกิดวันที่ 13 มีนาคม 2001)
  • ส่วนสูง: 186 เซนติเมตร
  • เท้าข้างถนัด : ขวา
  • ทีมชาติ : อังกฤษ (ชุด U20)
  • สัญญายืมตัว : 30 มกราคม 2021 – 31 พฤษภาคม 2021
  • สัญญากับต้นสังกัด : 1 มิถุนายน 2021 – 30 มิถุนายน 2022
  • เอเย่นต์ : Triple S Sports
  • ประเมินค่าตัว : 4 ล้านยูโร (วันที่ 10 มีนาคม 2021 โดย transfermarkt)

สถิติการลงสนามฤดูกาล 2020/2021

  • เดอะ แชมเปียนชิพ อังกฤษ (กับ วัตฟอร์ด) ครึ่งฤดูกาลแรก
    • ลงสนาม 20 นัด
    • 1 แอสซิสต์
    • 1 แมน ออฟ เดอะ แมตช์
  • เดอะ แชมเปียนชิพ อังกฤษ (กับ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์) ครึ่งฤดูกาลหลัง
    • ลงสนาม 20 นัด
    • 4 ประตู
    • 3 แมน ออฟ เดอะ แมตช์

กองกลางอัจฉริยะ นามว่า เจมส์ การ์เนอร์ ผู้นี้ เป็นเด็กจาก เบิร์กเค่นเฮด, เมอร์ซี่ย์ไซด์ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมจ่ายเงินเพื่อดึงมาร่วมทีมชุดเยาวชน, เขาเซ็นสัญญาอาชีพระยะ 3 ปีกับทีมเมื่อปี 2019 (จะหมดสัญญาซัมเมอร์หน้านี้) ซึ่งฤดูกาล 2019 นั้น การ์เนอร์ ถูกโปรโมตขึ้นมาช่วยทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกในเกม ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่พบกับ ปาร์ติซาน เบลเกรด รวมถึงอีกสองเกมถัดมากับ แอสตาน่า และ อาแซด อัลก์ม่าร์ อีกด้วย

นอกจากประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่ในบอลยุโรปแล้ว การ์เนอร์ ยังถือเป็นหัวใจสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด U23 ในบทบาทผู้เล่นหมายเลข 6 ที่คอยคุมจังหวะและขับเคลื่อนเกม แถมเขายังดันขึ้นมาเป็นหมายเลข 8 เพื่อทำเกมรุกเต็มตัวได้อีกต่างหาก จากผลงานกดไปถึง 8 ประตูจาก 10 นัด ซึ่งทำให้มีค่าเฉลี่ยการยิงประตูที่ 0.8 ประตู/นัด สูงกว่าบรรดากองหน้าคนอื่น ๆ แสดงให้เห็นได้ว่าความสามารถในการเล่นเกมรุกของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

SEASON 2020/21 | ครึ่งปีแรกกับ ‘วัตฟอร์ด’

เจมส์ การ์เนอร์ เซ็นสัญญายืมตัวระยะยาวกับ วัตฟอร์ด ภายใต้การคุมทีมของ วลาดิเมียร์ อิวิช เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2020 โดยหวังว่าเขาจะช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

วลาดิเมียร์ อิวิช ใช้ระบบ 3-5-2 เป็นหลัก, แต่แทนที่ อิวิช จะให้ การ์เนอร์ ยืนต่ำสุดในแผงกลางเป็นหมายเลข 6 อย่างที่เคย อิวิช กลับเลือกใช้เขายืนคู่มิดฟิลด์ตัวกลาง เล่น Box-to-Box แบบเบอร์ 8 เต็มตัว

3-5-2 ของ อิวิช นี้ ให้อิสระกับสองวิงแบ็คอย่าง เคน เซม่า และ กิโก้ เฟเมเนีย ในการเติมขึ้นสูงอยู่พอสมควร ทำให้การยืนตำแหน่งกลายเป็น 3-3-2-2 ชั่วคราว ซึ่ง การ์เนอร์ ก็จะสามารถเติมขึ้นไปร่วมแดนบนเป็นเบอร์ 10 เพื่อสร้างฟอร์ม 3-2-3-2 โดยมีตัวเบอร์ 6 มาโคฟเวอร์ตำแหน่งเขาได้ ดังภาพ

และหาก วัตฟอร์ด เสียบอลยามที่วิงแบ็คเติมขึ้นไปสูง คู่มิดฟิลด์ตัวกลางทั้งสองคนซึ่งรวมถึง การ์เนอร์ ก็จะลงมาแทนตำแหน่งของวิงแบ็คแล้วเปลี่ยนเชปเป็น 5-3-2 ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากคุมทีมได้เพียง 4 เดือน วลาดิเมียร์ อิวิช ก็ถูกไล่ออกพ้นเก้าอี้กุนซือทีมในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 แม้ว่าผลงานจะไม่ได้แย่มาก ด้วยการชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 4 อยู่ที่ 5 บนตารางคะแนน อยู่ในกลุ่มลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนชั้น ส่วนเหตุผลในการปลดครั้งนี้จริง ๆ คืออะไร สโมสรก็ไม่ได้ให้ความชัดเจนแต่อย่างใด

และการมาของกุนซือคนใหม่อย่าง ซิสโก้ มุนญอส ก็ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เจมส์ การ์เนอร์ ตัดสินใจยกเลิกสัญญายืมตัวกับ วัตฟอร์ด เพราะ การ์เนอร์ ไม่ได้เป็น 11 ตัวจริงของทีมอีกต่อไป …

ด้วยความที่ มุนญอส กลับมาใช้กองกลางเบอร์ 6 ตัวเดียว และการแข่งขันระหว่าง วิลล์ ฮิวจ์ส (กัปตันทีม) กับ นาธาเนียล ชาโลบาห์ ก็สูงมากพอแล้ว ทำให้ การ์เนอร์ ไม่มีตำแหน่งในทีมไปโดยปริยาย

30 มกราคม 2021 เจมส์ การ์เนอร์ จึงได้เลือกออกเดินทางครั้งใหม่กับ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ …

SEASON 2020/21 | ครึ่งปีหลังกับ ‘น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์’

ตลอด 19 นัดที่ การ์เนอร์ อยู่กับ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 18 นัดและทั้ง 18 นัดนั้นเล่นเต็ม 90 นาที … (ยกเว้นนัดที่ออกไปเสมอกับ เบอร์มิ่งแฮม 1-1 ที่ถูดเปลี่ยนออกในนาทีที่ 78)

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดกับที่ ฟอร์เรสต์ กับ วัตฟอร์ด คือที่นี่ เขาได้กลับมาเป็นตัวบัญชาเกมในตำแหน่งเบอร์ 6 อีกครั้ง

การ์เนอร์ ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจาก คริส ฮิวจ์ตัน ผู้จัดการทีม ให้คุมเกมตามจังหวะของเขา เขาเป็นตัวลงมารับบอลจาก ไบรซ์ แซมบ้า ผู้รักษาประตู ซึ่งทำให้เขาเป็นตัวขึ้นเกมตัวแรกของทีม เป็นตัวกำหนดเพลย์ของทีม ไม่ว่าจะเป็นจังหวะช้า-เร็ว หรือในการออกบอลสั้นหรือยาว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับมันสมองและสองเท้าของเขา

รวมถึงทิศทางการออกบอลและการมูฟตัวเองเพื่อโล้เชปทีมให้ไปในทางที่คู่แข่งหละหลวม จะออกข้างซ้ายหรือขวา จะออกสั้นให้แบ็ค หรือวางยาวให้ปีก ก็ได้ทั้งนั้น แถมเขายังมีอิสระในการเติมขึ้นไปช่วยเกมรุกเป็นเบอร์ 10 อีกด้วย (แบบเดียวกับตอนทำผลงานพีคกับ แมนฯ ยูไนเต็ด U23 เลย)

สถิติที่น่าสนใจที่เราอยากจะนำเสนอคือ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ ในครึ่งฤดูกาลแรก (ที่ไม่มี การ์เนอร์) เก็บแต้มได้เฉลี่ย 0.96 แต้ม/นัด ในขณะที่ครึ่งฤดูกาลหลัง (ที่มี การ์เนอร์) เก็บได้ถึง 1.37 แต้ม/นัด

เขาจ่ายบอลเฉลี่ย 40.2 ครั้ง/นัด ด้วยเปอร์เซ็นต์สำเร็จสูงถึง 81% และเกินครึ่งของบอลที่เขาจ่ายทั้งหมด เป็นการจ่ายขึ้นหน้า ทะลุไลน์เกมรับของคู่แข่ง ไม่ใช่การแปะไปแปะมาแต่อย่างใด

และด้วยความที่ชอบจ่ายบอลขึ้นหน้าเช่นนั้น ทำให้เขามีค่าเฉลี่ยในการสร้างสรรค์จังหวะทำประตูให้ทีมอยู่ที่ 1.06 ครั้ง/นัด ถือว่าสูงสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งเบอร์ 6

ส่วนเกมรับ เขามีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัด 2.07 ครั้ง/นัด และดักตัดบอลได้ 1.73 ครั้ง/นัด เรียกได้ว่ามีส่วนสำคัญกับทีมทั้งรุกและรับเลยทีเดียว

อ้อ นอกจากเทคนิคที่และคลาสบอลที่ยอดเยี่ยมแล้ว การ์เนอร์ ยังเป็นตัวเล่นลูกนิ่งให้ทีมอีกด้วย …

ไม่ว่าจะเปิดเตะมุม หรือยิงฟรีคิก ก็เขานี่แหละ และทุกคนน่าจะเดาได้ไม่ยาก ว่าคนที่มักจะได้รับเลือกเป็นตัวยิงฟรีคิกของทีม ต้องเป็นคนที่มีเทคนิคการวางเท้ายิงที่ดี นั่นหมายความว่าการยิงไกลของนักเตะคนดังกล่าวก็ต้องดีด้วย … ใช่ครับ อีกหนึ่งอาวุธของ เจมส์ การืเนอร์ คือลูกยิงไกลที่ไม่ธรรมดา และหนึ่งในลูกที่น่าจดจำที่สุดคือลูกยิงไกลใส่ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ในนัดส่งท้ายฤดูกาลลูกนี้

บทสรุป

เจมส์ การ์เนอร์ เป็นดาวรุ่งที่มีคุณสมบัติพร้อมที่ก้าวเป็นนักเตะมหัศจรรย์คนนึงในวงการลูกหนังอังกฤษ ด้วยเบสิคบอลแน่นเปรี๊ยะ คลาสบอลที่น่าดูชม ความนิ่งในการคอนโทรลบอล วิชชั่นการจ่ายบอลทะลุทะลวงแนวรับคู่แข่ง และความยืดหยุ่นที่สามารถเล่นได้ทั้งเบอร์ 6, 8 และ 10 ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากแฟนบอล น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ เป็นอย่างมาก แม้จะมาร่วมทีมได้เพียงครึ่งฤดูกาลหลังเท่านั้น

กับสัญญาที่เหลืออยู่ปีเดียว ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ ‘ปิศาจแดง’ จะยอมเสียเพชรเม็ดนี้ไป และการเจรจาขยายสัญญาคงมีขึ้นอีกไม่นานแน่ ซึ่งเจ้าตัวก็คงอยากทราบอนาคตของตัวเองในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และโอกาสการลงสนามในซีซั่นที่จะถึงนี้ ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ พร้อมจะปรับมาเล่นระบบ 4-3-3 ซึ่งนั่นจะทำให้การแข่งขันในแผนมิดฟิลด์สูงขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม คาดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงจะขยายสัญญากับนักเตะได้ลุล่วงนี้ ไม่ว่าจะเพื่อเก็บเขาไว้เพิ่มความแกร่งใน squad depth หรืออาจปล่อยเขาออกยืมตัวหาประสบการณ์อีกครั้ง แต่เชื่อว่าหากเป็นทางเลือกอย่างหลัง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ คงจะเล็กเกินไปสำหรับเขาแล้ว …

น่าสนใจว่าจะมีทีมในพรีเมียร์ลีกสนใจยืมตัวเขาหรือไม่ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีที่สุดทั้งต่อตัวนักเตะและสโมสรเอง แต่หากไม่ ‘ผีแดง’ คงเก็บเขาไว้กับทีมเอง และเราน่าจะได้เห็นเขาใน FA Cup หรือ คาราบาว คัพ บ่อย ๆ แน่

Ammelid K.