ข้อมูลนักฟุตบอล : อีฟส์ บิสซูม่า ห้องเครื่องคนสำคัญของ ‘ไบรท์ตัน’ ว่าที่มิดฟิลด์เนื้อหอมตลาดซัมเมอร์นี้

อีฟส์ บิสซูม่า

อีฟส์ บิสซูม่า ห้องเครื่องคนสำคัญของ ‘ไบรท์ตัน’ กับผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2020/21 ทำให้เขาจะเป็นนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดคนนึงในซัมเมอร์นี้ และเป็นข่าวกับทีมใหญ่มากมาย

แต่อะไรทำให้มิดฟิลด์ชาวมาลีผู้นี้เป็นที่หมายปองของยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย วันนี้เรามาวิเคราะห์สไตล์การเล่นของ อีฟส์ บิสซูม่า กันครับ

ข้อมูลทั่วไป

  • ชื่อ : Yves Bissouma (อีฟส์ บิสซูม่า)
  • ตำแหน่ง : กองกลางตัวกลาง, กองกลางตัวรับ (CM, CDM)
  • สโมสร : ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
  • หมายเลขเสื้อ : 8
  • อายุ : 24 ปี (เกิดวันที่ 30 สิงหาคม 1996)
  • ส่วนสูง: 182 เซนติเมตร
  • เท้าข้างถนัด : ขวา
  • ทีมชาติ : มาลี (ชุดใหญ่)
  • สัญญา : 17 กรกฎาคม 2018 – 30 มิถุนายน 2023
  • เอเย่นต์ : –
  • ประเมินค่าตัว : 17 ล้านยูโร (วันที่ 18 มีนาคม 2021 โดย transfermarkt)

สถิติการลงสนามฤดูกาล 2020/2021

  • พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    • ลงสนาม 31 นัด
    • 1 ประตู
    • 6 ใบเหลือง
    • 1 ใบแดง
อีฟส์ บิสซูม่า

เส้นทางลูกหนัง

อีฟส์ บิสซูม่า เริ่มเส้นทางอาชีพกับสโมสร AS Real Bamako ที่ประเทศ มาลี บ้านเกิด เมื่อปี 2014 จากนั้นจึงย้ายมาสโมสร ลีลล์ เมื่อปี 2016 เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เป็นเวลา 2 ปีที่ฝรั่งเศส ท้ายที่สุด ไบรท์ตัน ก็ซื้อเขามาในราคา 11.5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2018 และขึ้นเป็นตัวหลักของทีมได้ในทันที

ตำแหน่งและบทบาทในทีม

บิสซูม่า คือมิดฟิลด์ตัวกลาง CM ขนานแท้, กับระบบ 3-4-3 ของ แกรห์ม พอตเตอร์ ที่มีมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 ตัว เขามักจะได้ยืนฝั่งขวา คู่กับ สตีเว่น อัลซาเต้ ซึ่งเป็นตัวที่ชอบเล่นเกมรับมากกว่าเขา ดังภาพ

เมื่อได้จับคู่กับมิดฟิลด์ที่เน้นรับมากกว่า ทำให้ บิสซูม่า มีอิสระในการเล่นมากหน่อย โดยเขาจะเป็นมิดฟิลด์หมายเลข 8 แบบ box-to-box ที่เน้นขึ้นเกมมากกว่าไล่สกัดทำลายเกมคู่แข่ง แต่ก็สามารถสลับตำแหน่งทดแทนกับคู่ขาได้เสมอ

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการแสดงให้เห็นถึงพละกำลัง, ความขยัน, ความเร็ว และความสามารถในการเล่นทั้งเกมรุกและรับ, เมื่อทีมได้ครองบอล เขามักจะลงมาเอาบอลต่ำเพื่อเป็นตัวขึ้นเกม ยามตั้งรับ เขามักจะตัดเกมด้วยการเข้าสกัดที่ดุดัน

ค่าเฉลี่ยสัมผัสบอล 77 ครั้งต่อเกม แสดงให้เห็นว่าเข้าเป็นผู้เล่นที่มีส่วนร่วมกับเกมสูงมาก ดังภาพ heat map ด้านล่าง ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ แม้เขาจะออกสตาร์ทที่ตำแหน่ง LCM แต่เข้ายังมี cover แทบจะทั่วฝั่งขวา แต่จุดที่น่าสังเกตก็คือ เขาแทบไม่เข้ากรอบเขตโทษเลย ทั้งฝั่งตัวเองและฝั่งคู่แข่ง

อีฟส์ บิสซูม่า

ทักษะและสไตล์การเล่น

บิสซูม่ามีจุดแข็งหลายอย่าง ทั้งการเข้าสกัด, การผ่านบอล, การเลี้ยงบอล แต่สิ่งที่ทำให้เขา ‘พิเศษ’ จริง ๆ คือ การรวมทักษะเหล่านั้นเข้ากับสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมของเขา ผลลัพธ์ที่ได้คือ ‘เอกลักษณ์’ ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นข้อความออกมาได้ คุณต้องใช้ตามองจากการเล่นในสนาม

เริ่มจาก การเข้าสกัด แม้ว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่อยู่ทั่วสนาม หรืออยู่ห่างจากแนวรุกตัวอันตรายประมาณหนึ่ง แต่ด้วยความเร็วของเขา ถ้าได้จดจ้องจะฉกบอลจากใครแล้ว เขาสามารถสปีดเข้าไปฉกบอลจากเท้าคู่แข่งแบบไม่ทันตั้งตัวได้เลย

การขึ้นเกม อย่างที่กล่าวไปว่าเขามักจะลงมารับบอลต่ำเพื่อเป็นตัวขึ้นเกม เมื่อได้บอลจากเพื่อนแล้ว เขามักที่จะใช้เทคนิค, ความเร็ว และร่างกายที่ยอดเยี่ยม ในการเลี้ยงหลบคู่แข่งเพื่อเปิดช่องจ่ายบอลด้วยตัวเอง ซึ่งการขึ้นเกมในลักษณะนี้ทำให้บอลจากหลังไปถึงพื้นที่สุดท้ายได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

อีกสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ‘การเอาตัวรอด’ ยามโดนรุมเพรสซิ่ง เขาสามารถใช้เหลี่ยมพลิกบอลให้ได้เปรียบ และลากบอลหนีด้วยความเร็วและทักษะการไปกับบอลที่ยอดเยี่ยม นั่นทำให้ทีมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ทันที และโจมตีคู่แข่งด้วยการสวนกลับเร็วได้ หากจินตนาการไม่ออกให้คิดภาพสิ่งที่ มาเตโอ โควิซิซ ของเชลซีชอบทำ แต่หากยังคิดไม่ออกอีก ดูได้จากตัวอย่างด้านล่างเลยครับ

การจ่ายบอล เป็นอีกทักษะหนึ่งที่น่าสนใจของบิสซูม่าเมื่อแสดงผลออกมาเป็นตัวเลข เมื่อเปรียบเทียบกับมิดฟิลด์คนอื่น ๆ ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21 บิสซูม่าเป็นแนวหน้าในลีกที่จ่ายบอลยาวสำเร็จ สถิติวางบอลยาว 10.4 ครั้งต่อเกม และสำเร็จถึง 78.9% นั้น สูงกว่า เควิน เดอ บรอยน์ เสียอีก

อีฟส์ บิสซูม่า

บทสรุป

อีฟส์ บิสซูม่า แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นกองกลางที่ครบเครื่องทั้งรุกและรับ โดนเด่นทั้งสภาพร่างกายและมันสมอง แต่ขนาดเจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นขนาดนี้ ไบรท์ตัน ก็ยังทำผลงานอยู่ได้เพียงครึ่งล่างในตาราง ทำให้สื่อหลายสำนักเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าทีม ‘นกนางนวล’ นั้นเล็กเกินไปสำหรับเขา

ปัจจุบัน บิสซูม่าตกเป็นข่าวพัวพันกับทีมใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือแม้กระทั่งกับ เรอัล มาดริด ซึ่งการตัดสินใจของเจ้าตัวในตลาดซัมเมอร์นี้ จะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการค้าแข้งของเขา ในการยกระดับขึ้นไปเป็นตัวมิดฟิลด์ตัวท็อปของโลก

ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เขามีดีในตัวอยู่แล้ว หากได้อยู่ในทีมที่ดี เพื่อนร่วมทีมคุณภาพ และโค้ชมากฝีมือที่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของเขาออกมาได้ เชื่อว่า นักเตะชาวมาลีผู้นี้ จะเป็นสตาร์ในโลกฟุตบอลได้ไม่ยากครับ

by Ammelid K.